สาเหตุที่ม้าทรงต้องทรมานร่างกายช่วงกินเจ

เทศกาลกินผัก ณ จังหวัดภูเก็ต จัดเป็นหนึ่งในเทศกาลพิเศษ ซึ่งมีประชาชนรวมทั้งชาวต่างชาติ ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แน่นอนว่าสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางเข้ามาร่วมงาน ก็คงหนีไม่พ้น ม้าทรง ที่ออกมาเดินแสดงตัว พร้อมทรมานร่างกายตัวเองด้วยวิธีต่างๆ อันสุดแสนพิสดาร เช่น นำเหล็กแหลมมาเสียบหนังหลังให้ทะลุ จนเลือดสีแดงฉานอาบลงมาเลอะไปทั่วใบหน้า เดินบนบันไดมีด เหยียบถ่านลุยไฟ เป็นต้น

Horse-image

ม้าทรงคืออะไร

รวมถึงมีการจัดงานขบวนพาเหรดเพื่อแสดงการนับถือตามความเชื่อของตัวเองด้วย ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ก็คือ การเดินขบวนของเหล่าม้าทรง ม้าทรงคืออะไร เค้าคือตัวแทนของร่างทรงเทพเจ้าจีน จากนั้นก็จะแสดงอภินิหารด้วยการทรมานตัวเองอย่างเช่นการ แทงแก้มด้วยเหล็กแหลม , เดินเหยียบเศษแก้ว และอีกมากมาย
เทศกาลกินเจที่ภูเก็ต

เล่าถึงภาพรวมของเทศกาลกินเจบ้านเรากันก่อน เทศกาลนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ก็แพร่ขยายไปทั่วประเทศ เรามักจะคิดถึงการละเว้นเนื้อสัตว์ กินอาหารที่เป็นผัก แป้งเป็นหลัก นอกจากอาหารเจที่หากินได้ยากในเวลาปกติคราวนี้หากินง่ายแล้ว หากเราไปดูเทศกาลกินเจที่ภูเก็ต พวกเค้าจะมีการเปิดศาลเจ้าให้คนเข้าไปสักการบูชา

ใครสามารถเป็น ม้าทรง ได้บ้าง

ม้าทรง มาจากผู้ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของพระเจ้า เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้กำลังเดือดร้อน หรือตกทุกข์ได้ยาก เช่น ผู้ป่วย ผู้กำลังประสบเคราะห์ใหญ่ ตลอดจนผู้มีปัญหาทางด้านจิตใจ โดย ม้าทรง เป็นมนุษย์ที่อายุขัยใกล้จะหมดลง เทพเจ้าจึงประทับเข้าร่างเพื่อต่ออายุขัยให้ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการตอบแทน ม้าทรง จึงต้องประกอบพิธีสักการะและเข้าร่วม เทศกาลกินผักอย่างเคร่งครัดด้วย รวมไปถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกด้วย

ความเชื่อของม้าทรง

การจะเป็นม้าทรงได้นั้นไม่ง่ายนะ พวกเค้าต้องมีความเชื่ออย่างแรงกล้าเลยทีเดียว ม้าทรงนั้นพวกเค้าเชื่อว่าเค้าเป็นคนพิเศษที่ถูกคัดเลือกจากเทพเจ้าของตัวเอง ที่ลงมาประทับในร่างเพื่อช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วย มีเคราะห์กรรม หรือมีปัญหาอื่นเยอะแยะมากมาย อีกทั้งเชื่อกันว่า ใครได้เป็นม้าทรงจะได้รับการต่ออายุขัยจากเทพเจ้าเหล่านั้น อีกความเชื่อหนึ่งเล่าว่าม้าทรงที่ทรมานตัวเองนั้นจะเป็นการรับเคราะห์กรรม รับความโชคร้ายของคนทั่วไปมาไว้กับตัวเองแทน (รับกรรมแทน)

เหตุใดม้าทรงถึงต้องทรมานตนเอง

คำตอบก็คือ เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ของพระเจ้าซึ่งเสด็จลงมาประทับร่าง โดยเลือดที่ไหลออกมาจากการทรมานตนเองนั้น จะนำมาเขียนยันต์ให้แก่ผู้ศรัทธานำไปเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคล ป้องกันภูตผีปิศาจต่างๆ หากแต่อีกเรื่องเล่าขานหนึ่งกล่าวว่า ม้าทรงทรมานตัวเองเพื่อรับความโชคร้ายแทนลูกศิษย์คนอื่นๆ หลังจากพิธีจบลง รอยแผลรวมทั้งความเจ็บปวดต่างๆ ก็จะหายไปได้เองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการใช้ยันต์ปิด หรือนำขี้เถ้าจากกระถางธูปมาอุดแผลไว้

ม้าทรงไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือ อุปทานหมู่

ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าของผู้ที่เป็นม้าทรง เปลี่ยนจิตให้เข้มแข็ง บางคนก็ว่าไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจริงๆ หากแต่สำหรับผู้ชมบางคนก็มองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นอุปทานหมู่หรือไม่ การที่ม้าทรงอดทนต่อความเจ็บปวดอันแสนสาหัสนี้ได้ อาจเป็นเพราะอยากทำในกิจกรรมดังกล่าว และมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการเป็นม้าทรงจะช่วยเสริมสร้าง ความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตจริงๆ

หากแต่อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็เป็นพิธีกรรมโบราณ ที่สืบทอดความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น และช่วยให้ประชาชนหันมาถือศีลกินเจ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส ก็เป็นเทศกาลดีๆ ที่น่าสนับสนุนให้มีการจัดพิธีกรรมนี้กันต่อไป หากแต่ในทางด้านบาดแผลที่เกิดขึ้นหลังจากประกอบพิธี ผู้ร่วมกิจกรรมก็ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง พร้อมทั้งตรวจตราดูแลอุปกรณ์ในภายหลัง และต้องรู้ถึงขอบเขตของการทรมานตัวเอง ซึ่งอย่าฝืนในเรื่องที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้