ประเทศฟิลิปปินส์ทำพิธีหลั่งเลือดฉลองเทศกาลอีสเตอร์

การเฉลิมฉลองพิธีกรรมตามวันสำคัญทางศาสนาเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่เราเห็นได้ตลอดทุกประเทศ ตามความเชื่อของพวกเค้าเอง นอกจากนั้นการตีความพิธีกรรมก็แตกต่างกันไปด้วย อย่างเช่น เทศกาลอีสเตอร์ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ประเทศฟิลิปปินส์มีพิธีกรรมที่แตกต่างไปกับที่อื่นอย่างสิ้นเชิง เค้าทำอะไร

Bloody-Easter-Celebration

ฟิลิปปินส์ฉลองเทศกาลอีสเตอร์ด้วยเลือด

ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ประชากรของที่นั่นมีกลุ่มที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมากที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน พวกเค้ามีพิธีกรรม มีการเข้าโบสถ์ มีอะไรต่างๆ มากมาย บางครั้งก็เหมือนกัน แต่บางอย่างก็แปลก อย่างเช่นเทศกาลอีสเตอร์ คนที่มีความศรัทธาดังกล่าวมีการแสดงออกแตกต่างออกไปเลยด้วยการฉลองด้วยเลือด

การฉลองด้วยเลือดนั้น เป็นการฉลองด้วยเลือดจริงๆ เลือดสดๆ ไม่ได้ใช้เลือดปลอมแต่อย่างใด พิธีกรรมดังกล่าวก็คือ ชายหนุ่มชาวฟิลิปปินส์จะทำการถอดเสื้อ ใส่กางเกงขายาว ใส่ผ้าคลุมหน้าเอาไว้ บางคนอาจจะพันธนาการตัวเองกับไม้กางเขนด้วย ต่อจากนั้นก็จะมีไม้ที่มีลักษณะเหมือนแส้ฟาดหลังให้กันและกัน คำว่าฟาดหลังในทีนี้คือ ฟาดจริงๆ ฟาดเต็มแรง ฟาดเพื่อให้ร่างกายเกิดความเจ็บปวด เกิดบาดแผลจนเลือดไหลอาบหลังเลยทีเดียว บางคนอาจจะเพิ่มการทรมานให้หนักกว่านั้นด้วยการปักหนามเอาไว้กลางหลัง และ ฝ่าเท้า เพื่อให้บาดเจ็บมากยิ่งขึ้น พอเดินขบวนถึงจุดที่กำหนด ชายที่ตรึงไม้กางเขนมาตลอดทาง ก็จะถูกยกขึ้นไปเหมือนกับเป็นตัวแทนของพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนของจริง

ความเชื่อนี้คืออะไร

ต้องบอกก่อนว่า ความเชื่อนี้ของผู้ศรัทธาในประเทศฟิลิปปินส์นั้น แม้แต่โบสถ์เองก็ไม่รับรอง ไม่ยอมรับพิธีกรรมตรงนี้ เท่ากับว่าเป็นสิ่งที่กลุ่มผู้ศรัทธา ตีความ และทำกันไปเอง ความเชื่อตรงนี้พวกเค้าบอกว่าเป็นการจำลองเหตุการณ์เมื่อครั้งพระเยซูโดนทรมานก่อนจะเสียชีวิตไป พวกเค้าเชื่อว่าการได้เลียนแบบเหตุการณ์นี้จะเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับตัวเอง บางคนทำเพื่ออุทิศมงคลเหล่านี้ให้กับญาติพี่น้อง ครอบครัว คนรอบข้างของตัวเค้าเอง

พิธีกรรมท่องเที่ยว

แม้พิธีกรรมดังกล่าวจะไม่ได้รับการรับรองจากโบสถ์ แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปห้ามปรามไม่ให้จัดกิจกรรมดังกล่าวได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล นั่นทำให้พิธีกรรมนี้ยังมีการจัดกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่นั้นพิธีกรรมนี้ได้สร้างความน่าสนใจจนกลายเป็นพิธีกรรมที่ส่งให้ผลต่อการท่องเที่ยวอีกด้วย มีนักท่องเที่ยวมากมายที่อยากจะมาชมการฉลองอีสเตอร์ที่ค่อนข้างโหดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน ใครที่อยากรู้ว่า เทศกาลอีสเตอร์ ของกลุ่มผู้ศรัทธานี้จะเลือดสาดแค่ไหนก็ลองไปหาดูกันได้ ไม่ไกลจากไทยเราสักเท่าไร ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี