พิธีกรรม Thaipusam เป็นอย่างไร

Thaipusam

บ่อยครั้งที่เราจะเห็นได้ว่าพิธีกรรมต่างๆ ทีเกิดขึ้นบนโลกใบนี้จุดเริ่มต้นหลักก็มีที่มาจากความเชื่อในเรื่องราวลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกหรือไม่ถูกต้องแต่เมื่อทำแล้วเกิดความรู้สึกสบายใจ พึงพอใจ ก็ทำให้ผู้ที่กระทำเองรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว มีพิธีกรรมต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นจากความเชื่อของกลุ่มคนที่มีรากฐานมาจากอดีตสืบทอดกันมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนายิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้พิธีกรรมนั้นดูมีมนต์ขลังเพิ่มมากขึ้นไปอีก อย่างพิธีกรรมที่เรียกว่า Thaipusam ก็เป็นพิธีกรรมอันมีที่มาจากความศรัทธาเช่นเดียวกัน

Thaipusam_

พิธีกรรม Thaipusam

พิธีกรรม Thaipusam ถูกเรียกให้เป็นเทศกาลที่มีการรำลึกถึงวันคล้ายวันเกิดของพระมุรุกันหรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า พระขันธกุมาร กับพระสุพรัมมาเนียม รวมไปถึงยังเป็นเทศกาลสำหรับการเฉลิมฉลองที่พระปารวตีได้ทำการมอบหอกหรือทวนต่อพระมุรุกันด้วย เหตุผลก็เพื่อต้องการให้พระมุรุกันสามารถพิชิตอสูรปัทมันได้ ซึ่งตามความเชื่อตามศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู จะมีการจัดงานนี้ขึ้นในช่วงที่มีพระจันทร์เต็มดวงของเดือนปูซัม หรือ เดือนทมิฬ ที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะตรงกับช่วงเดือนมกราคมหรือกุมภาพันธ์ของทุกปี พิธีกรรมดังกล่าวจะมีการแสดงออกถึงความเชื่อของผู้ที่มาร่วมงานทุกคนโดยทุกคนจะต้องทำการเดินด้วยระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ต่อจากนั้นก็ทำพิธีในการบูชารวมถึงทำพิธีขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ผู้ที่เข้าร่วมพิธีกรรมหลักดังกล่าวนี้จะต้องทำการแบกหรือใช้การลากกาวาดีที่มีการออกแบบตกแต่งมาอย่างสวยงาม ผู้ที่ทำการแบกกาวาดีก็จะมีการร่ายรำระหว่างที่ทำการแบกในช่วงพิธีกรรมที่ทำการสักการะบูชา เหล่าบรรดาสาวกที่ทำการวิงวอนสำหรับการขอความช่วยเหลือจากพระมุรุกันผ่านกาวาดีก็จะทำกันไป จัดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เหล่าบรรดาสาวกจะทำการตกแต่งกาวาดีด้วยดอกไม้กับขนนกยูงด้วยความงดงาม

Thaipusam-

ปกติแล้วผู้ที่ทำการแบกกาวาดีจะต้องเป็นผู้ที่ต้องการให้เรื่องเลวร้ายต่างๆ ออกไปจากตัวเอง บางคนเลือกที่จะแบกก่อนการแต่งงาน บางคนเลือกแบกหลังการแต่งงาน บางคนเลือกแบบช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์หรือคลอดลูก ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ทำเพื่อหวังเพียงแค่ให้สามารถเข้าถึงพระเจ้าได้อย่างดีที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามถือเป็นพิธีกรรมที่แสดงถึงความรักอันมีต่อพระเจ้านั่นเอง ส่วนมากจะจัดกันที่ประเทศสิงคโปร์กับมาเลเซียเสียเป็นส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นได้ทั่วไป

พิธีกรรม Ant Bullet เป็นอย่างไร

Ant-Bullet_

ด้วยความที่โลกของเราก่อกำเนิดขึ้นมายาวนาน มีมนุษย์ในที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ มากมาย การสร้างประเพณี วัฒนธรรมหรือพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อ ความศรัทธาของคนแต่ละท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่ยึดถึงปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่เรามักจะเห็นว่าบ่อยครั้งที่เราเห็นพิธีกรรมประหลาดๆ ที่ไม่คิดว่าบนโลกนี้จะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นจริง เช่นเดียวกับพิธีกรรมที่มีชื่อว่า Ant Bullet พิธีกรรมสุดประหลาดที่หากได้เรียนรู้ถึงพิธีกรรมนี้จะต้องตกตะลึงไปกับสิ่งนี้อย่างแน่นอน Finish Reading: พิธีกรรม Ant Bullet เป็นอย่างไร

รีดเต้านม พิธีกรรมอันสุดโหดของชนเผ่าแอฟริกา

พิธีกรรมรีดเต้านม เป็นความเชื่อของคนในทวีปแอฟริกาบางประเทศ เป็นที่นิยมมากที่สุดคือประเทศแคเมอรูนและไนจีเรีย โดยต้นตอของความเชื่อเหล่านี้มาจากการที่ผู้หญิงในแถบนั้นมีการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงคิดว่าการรีดเต้านมนี้ทำให้พวกเธอไม่มีจุดดึงดูดทางเพศ และจะทำให้พวกเธอมุ่งในทางการศึกษาเล่าเรียนมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งการรีดเต้านมนี้จะทำให้พวกเธอปลอดภัยจากการถูกคุกคามทางเพศตลอดจนการข่มขืนอีกด้วย

Breast_roll_ritual

ขั้นตอนของพิธีกรรมรีดเต้านมนั้น กระทำโดยผู้ปกครองในบ้านไม่ว่าจะเป็นแม่ พ่อ หรือแม้แต่ญาติ ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญโดยมีหลายวิธี เช่น การใช้แท่งเหล็กหรือหินไม่เผาไฟแล้วนำมานาบและรีดที่เต้านม ผู้ที่ถูกกระทำก็จะได้รับความเจ็บปวดเป็นอย่างมากและไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวจะเพียงพอ ต้องมีการทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจนกระทั่งเต้านมยุบหรือไม่มีเลย อีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้เข็มขัดหรือหนังรัดไว้เพื่อไม่ให้เต้านมนั้นขยายขนาดออกมา โดยไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อไม่ให้หญิงสาวมีเต้านมหรือมีก็ในขนาดเล็กมาก และทุกวิธีสร้างความเจ็บปวดให้ผู้ถูกกระทำทั้งสิ้น

Breast-roll-ritual

ปัจจุบันมีเด็กสาวที่ถูกกระทำพิธีการรีดเต้านมนี้ออกมารวมตัวกันเพื่อที่จะเปิดเผยปัญหานี้ต่อสาธารณชน เพราะพวกเธอทนกับความเจ็บปวดทรมานทั้งร่างกายและจิตใจไม่ไหวแล้ว นอกจากนั้นยังทำให้พวกเธอขาดความมั่นใจในตนเองกันด้วย มีเด็กหญิงคนหนึ่งในกลุ่มที่อายุน้อยที่สุดคือ 9 ปี เธอกล่าวว่ามารดาของเธอใช้หินก้อนใหญ่ไปเผาไฟแล้วนำมานาบที่หน้าอกของเธออาทิตย์ละสองครั้ง และมักจะบอกกับเธอเสมอว่าหน้าอกเป็นสิ่งไม่ดี เป็นสิ่งที่จะนำอันตรายใหญ่หลวงมากับตัวเธอ แม่ต้องช่วยเหลือให้สิ่งไม่ดีนี้ออกไปจากตัวเธอให้ได้ แต่เธอก็ทนไม่ไหวเพราะมันทรมานเหลือเกิน ทั้งร้อนทุรนทุรายและเป็นแผล พอจะหายก็ต้องมาทำต่อ เธอจึงรู้สึกไม่อยากอดทนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งประเพณีดังกล่าวในตอนนี้นั้นมีการกล่าวขานไปทั่วโลกและมีการเคลื่อนไหวจากมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรีจากประเทศต่าง ๆ ออกมาประสานงานเพื่อเยียวยาแก่เด็กสาวผู้ถูกกระทำทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีขึ้น อีกทั้งการให้ความรู้เพื่อแก้ไขความเชื่อที่ผิด ๆ อันก่อให้เกิดการทารุณกรรมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายแล้วยังก่อให้เกิดการติดเชื้อต่าง ๆ เป็นผลให้เกิดโรคร้ายตามมา เช่น เป็นแผลและฝีบริเวณเต้านม การเกิดก้อนซีสต์ หรือกระทั่งสามารถพัฒนาเป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย